← กลับไปหน้าบทความ
รู้จักตถาตา

ตถาตา คืออะไร พื้นที่สำหรับเข้าใจตัวเองและออกแบบชีวิตอย่างมีความหมาย

ในบางช่วงของชีวิต เราอาจไม่ได้มีปัญหาที่อธิบายได้ชัดเจน แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทาง เหนื่อยกับวิถีชีวิตเดิม หรือไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นยังสอดคล้องกับตัวตนของเราหรือไม่

บางคนประสบความสำเร็จในสายตาคนอื่น แต่ภายในกลับรู้สึกว่างเปล่า บางคนมีหน้าที่และความรับผิดชอบมากมายจนแทบไม่มีเวลาถามตัวเองว่าต้องการอะไร ขณะที่บางคนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ครอบครัว หรือเป้าหมายของชีวิต

ตถาตา จึงถูกสร้างขึ้นให้เป็นพื้นที่สำหรับการกลับมาเจอตัวเองอีกครั้ง ผ่านการรับฟัง การตระหนักรู้ การสำรวจโลกภายใน และกระบวนการที่ช่วยให้แต่ละคนมองเห็นคุณค่า ศักยภาพ จุดแข็ง และทิศทางชีวิตของตัวเองได้ชัดขึ้น

แนวคิดหลักของตถาตาไม่ได้มุ่งบอกว่าทุกคนควรใช้ชีวิตอย่างไร แต่ช่วยให้แต่ละคนค้นพบคำตอบที่เหมาะกับบริบท คุณค่า และความต้องการของตัวเอง เพราะชีวิตที่มีความหมายไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเหมือนกันสำหรับทุกคน

เว็บไซต์ของตถาตาวางเส้นทางการพัฒนาไว้เป็นสามส่วนสำคัญ ได้แก่ การตระหนักรู้ การเปลี่ยนแปลง และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการรู้จักคุณค่าและศักยภาพภายใน ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม และนำความเข้าใจนั้นไปออกแบบชีวิตที่สอดคล้องกับเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น

ตถาตา หมายถึงอะไร

คำว่า “ตถาตา” สื่อถึงการมองเห็นและยอมรับสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง ไม่ใช่การยอมแพ้ต่อสถานการณ์ แต่เป็นการเริ่มต้นจากความเข้าใจว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ตรงไหน รู้สึกอย่างไร และมีอะไรเกิดขึ้นภายในตัวเรา

หลายครั้งที่ความทุกข์เพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพยายามปฏิเสธความจริง เช่น

  • ไม่ยอมรับว่าตัวเองกำลังเหนื่อย
  • ฝืนอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะกับตัวเอง
  • พยายามเป็นคนแบบที่คนอื่นคาดหวัง
  • ตำหนิตัวเองที่ยังรู้สึกเศร้าหรือสับสน
  • เชื่อว่าต้องมีคำตอบทุกอย่างทันที
  • กลัวว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้คนอื่นผิดหวัง

เมื่อเราเริ่มมองสิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง เราจะสามารถแยกได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ควรยอมรับ อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ และอะไรคือสิ่งที่ต้องการเวลา

ตถาตาจึงไม่ใช่พื้นที่ที่เราต้องเข้ามาพร้อมคำตอบ แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถเริ่มต้นจากคำถาม ความไม่แน่ใจ หรือความรู้สึกที่ยังอธิบายไม่ได้

ตถาตาแตกต่างจากการได้รับคำแนะนำทั่วไปอย่างไร

เมื่อเรามีปัญหา คนรอบตัวมักให้คำแนะนำจากประสบการณ์ของตนเอง เช่น ควรเลือกงานแบบไหน ควรจัดการความสัมพันธ์อย่างไร หรือควรตัดสินใจทางใด

คำแนะนำเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ แต่ไม่จำเป็นต้องเหมาะกับบริบทของเราทั้งหมด เพราะแต่ละคนมีข้อจำกัด ความเชื่อ คุณค่า ความรับผิดชอบ และเป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกัน

กระบวนการของตถาตาจึงไม่ได้เริ่มจากการบอกว่า “คุณควรทำอะไร” แต่เริ่มจากการช่วยให้คุณเข้าใจว่า

  • ตอนนี้กำลังเผชิญอะไรอยู่
  • เรื่องใดส่งผลต่อความรู้สึกมากที่สุด
  • คุณให้คุณค่ากับอะไร
  • จุดแข็งและศักยภาพของคุณคืออะไร
  • มีข้อจำกัดหรือรูปแบบเดิมใดกำลังขัดขวางคุณ
  • ชีวิตแบบไหนที่สอดคล้องกับตัวตนของคุณ
  • ก้าวต่อไปแบบใดที่สามารถทำได้จริง

เมื่อคำตอบเกิดจากการเข้าใจตัวเอง การตัดสินใจจะไม่ใช่เพียงการทำตามคำแนะนำของคนอื่น แต่เป็นการเลือกอย่างมีสติและรับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเอง

สามก้าวสำคัญของกระบวนการตถาตา

1. การตระหนักรู้

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเริ่มจากการมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง

เราอาจใช้ชีวิตตามรูปแบบเดิมมานานจนไม่ทันสังเกตว่า เหตุใดจึงรู้สึกเหนื่อยกับสถานการณ์บางอย่าง ทำไมจึงตัดสินใจแบบเดิม หรือเพราะอะไรจึงกลับไปเจอปัญหารูปแบบเดิมซ้ำ ๆ

การตระหนักรู้ช่วยให้เราเห็นทั้ง

  • ความคิดอัตโนมัติ
  • ความเชื่อที่มีต่อตัวเอง
  • ความกลัวที่ซ่อนอยู่
  • ความต้องการที่ไม่เคยพูด
  • จุดแข็งที่มองข้าม
  • คุณค่าที่ต้องการใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

เว็บไซต์ของตถาตาอธิบายขั้นตอนนี้ว่าเป็นการรู้จักคุณค่า ศักยภาพ และจุดแข็งที่มีอยู่ภายใน ซึ่งเป็นฐานสำคัญก่อนการเปลี่ยนแปลงในขั้นต่อไป

2. การเปลี่ยนแปลงจากภายใน

เมื่อเราเห็นรูปแบบเดิมชัดขึ้น ขั้นต่อไปไม่ใช่การตำหนิตัวเอง แต่คือการทำความเข้าใจว่า รูปแบบเหล่านั้นเคยช่วยอะไรเรา และวันนี้ยังเหมาะกับชีวิตหรือไม่

ตัวอย่างเช่น

คนที่ไม่กล้าปฏิเสธ อาจเคยเชื่อว่าการทำให้ทุกคนพอใจคือวิธีรักษาความสัมพันธ์

คนที่พยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ อาจกลัวว่าความผิดพลาดจะทำให้ตนเองไม่มีคุณค่า

คนที่ไม่กล้าตัดสินใจ อาจเคยเจอประสบการณ์ที่ทำให้ไม่ไว้ใจความคิดของตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงจากภายในจึงไม่ได้หมายถึงการลบอดีต แต่คือการสร้างความเข้าใจใหม่ และเลือกวิธีตอบสนองที่เหมาะกับชีวิตปัจจุบันมากกว่าเดิม

ตถาตาใช้กระบวนการหลายรูปแบบประกอบกัน เช่น การโค้ช NLP, Satir Model, Sandtray Process การค้นหาจุดแข็ง และการดูแลสุขภาวะ เพื่อให้กระบวนการสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล

3. การออกแบบชีวิตอย่างยั่งยืน

การเข้าใจตัวเองจะมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง

การออกแบบชีวิตไม่ได้หมายถึงการวางแผนให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่คือการเลือกทิศทางที่สอดคล้องกับตัวตนมากขึ้น เช่น

  • เลือกงานที่ใช้จุดแข็งของตัวเอง
  • วางขอบเขตในความสัมพันธ์
  • จัดสรรเวลาสำหรับสุขภาพและการพัก
  • ลดภาระที่ไม่จำเป็น
  • สร้างเป้าหมายที่มีความหมาย
  • ปรับวิถีชีวิตให้สมดุลกับความต้องการ
  • เตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนผ่านในอนาคต

บนเว็บไซต์ ตถาตาอธิบายขั้นตอนนี้ว่าเป็นการออกแบบชีวิตให้สอดคล้องกับคุณค่าและเป้าหมาย โดยมุ่งไปสู่การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วคราว

ตถาตาเหมาะกับใคร

ตถาตาอาจเหมาะกับคนที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ เช่น

  • รู้สึกหลงทางและไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการอะไร
  • กำลังตัดสินใจเรื่องงานหรือทิศทางชีวิต
  • รู้สึกหมดไฟ แม้ยังสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ
  • ต้องการค้นหาจุดแข็งและศักยภาพของตัวเอง
  • รู้สึกว่าชีวิตปัจจุบันไม่สอดคล้องกับตัวตน
  • พบปัญหาหรือรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ
  • กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านความสัมพันธ์หรือครอบครัว
  • ต้องการสร้างสมดุลระหว่างงาน สุขภาพ และชีวิตส่วนตัว
  • ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยังขาดความหมายหรือเป้าหมาย
  • ต้องการเติบโตจากภายในอย่างเป็นระบบ

เราไม่จำเป็นต้องมีวิกฤตรุนแรงจึงเข้ามาพูดคุยได้ การเริ่มสำรวจตัวเองตั้งแต่รู้สึกว่าชีวิตกำลังไม่สมดุล อาจช่วยให้มองเห็นสัญญาณและปรับทิศทางได้ก่อนความกดดันจะสะสมมากขึ้น

โปรแกรมของตถาตามีอะไรบ้าง

ปัจจุบันเว็บไซต์ตถาตานำเสนอโปรแกรมหลักสามรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับเส้นทางการตระหนักรู้ การเปลี่ยนแปลง และการออกแบบชีวิต

Tathata Discover

โปรแกรมสำหรับการค้นพบคุณค่า ศักยภาพ และจุดแข็ง โดยใช้ CliftonStrengths ร่วมกับการโค้ชและการวางแผนพัฒนาเฉพาะบุคคล เหมาะกับคนที่ต้องการรู้จักตัวเองมากขึ้น หรือกำลังมองหาทิศทางด้านชีวิตและการทำงาน

Tathata Inner Transform

โปรแกรมสำหรับการสำรวจโลกภายในและก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม โดยผสานการโค้ช NLP, Satir Growth Model และ Sandtray Process เหมาะกับคนที่มองเห็นว่ามีบางรูปแบบภายในกำลังขัดขวางการเติบโต

Tathata Life Design

โปรแกรมสำหรับการออกแบบชีวิตอย่างมีความหมาย โดยเชื่อมโยงการโค้ช จุดแข็ง สุขภาวะ และ Lifestyle Medicine เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการวางทิศทางชีวิตและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

การเลือกโปรแกรมไม่ควรพิจารณาเพียงชื่อหรือจำนวนครั้ง แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าตอนนี้กำลังต้องการแก้ไขหรือพัฒนาส่วนใดของชีวิต

พี่แหม่มกับบทบาทของผู้ร่วมเดินทาง

ผู้ก่อตั้งตถาตาคือ ชัชชฎา เล็กเจริญสุข หรือพี่แหม่ม ซึ่งเว็บไซต์ระบุบทบาทว่าเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ โค้ชมืออาชีพ กระบวนกร และวิทยากร โดยผสานศาสตร์ด้านการโค้ช NLP, Satir Model, Sandtray Process การโค้ชจุดแข็ง และสุขภาวะเข้าด้วยกัน

บทบาทของพี่แหม่มจึงไม่ใช่การกำหนดชีวิตแทนผู้รับบริการ แต่เป็นผู้ร่วมเดินทางที่ช่วยตั้งคำถาม สะท้อนสิ่งที่มองไม่เห็น และสร้างพื้นที่ที่สามารถสำรวจตัวเองได้อย่างปลอดภัย

แนวคิดสำคัญของตถาตาคือ ทุกคนมีศักยภาพและพลังที่จะพาตัวเองไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้ เพียงแต่บางช่วงเราอาจต้องการพื้นที่ เครื่องมือ หรือผู้ร่วมเดินทางที่ช่วยให้มองเห็นสิ่งเหล่านั้นชัดขึ้น

ตถาตาไม่ใช่การบังคับให้เปลี่ยนเป็นคนใหม่

การพัฒนาตัวเองมักถูกนำเสนอในรูปแบบที่ทำให้เรารู้สึกว่า ต้องเก่งขึ้น เร็วขึ้น ประสบความสำเร็จขึ้น หรือกลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิมตลอดเวลา

แต่การเติบโตไม่จำเป็นต้องเกิดจากการปฏิเสธตัวเองในปัจจุบัน

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดอาจเป็น

  • การยอมรับว่าตัวเองเหนื่อย
  • การหยุดเปรียบเทียบชีวิตกับคนอื่น
  • การพูดความต้องการอย่างตรงไปตรงมา
  • การเลิกแบกรับสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่
  • การเห็นคุณค่าของความสามารถที่มีอยู่
  • การใช้ชีวิตในจังหวะที่เหมาะกับตัวเอง

ตถาตาจึงไม่ได้มุ่งสร้างตัวตนใหม่ที่ตรงกับมาตรฐานของคนอื่น แต่ช่วยให้เราเข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองมากขึ้น

การออกแบบชีวิตอย่างมีความหมายเริ่มต้นจากอะไร

ชีวิตที่มีความหมายไม่ได้เริ่มจากการมีเป้าหมายใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการรู้ว่า วันนี้สิ่งใดสำคัญกับเรา

ลองเริ่มจากคำถาม เช่น

  • ฉันต้องการรักษาสิ่งใดไว้ในชีวิต
  • มีอะไรที่ไม่อยากฝืนอีกต่อไป
  • ฉันอยากใช้จุดแข็งของตัวเองกับเรื่องใด
  • ความสัมพันธ์แบบไหนทำให้รู้สึกปลอดภัย
  • ความสำเร็จในความหมายของฉันคืออะไร
  • ฉันต้องการดูแลสุขภาพและชีวิตระยะยาวอย่างไร
  • ถ้าไม่ต้องทำตามความคาดหวังของคนอื่น ฉันอยากเลือกอะไร

เราไม่จำเป็นต้องตอบได้ทั้งหมดทันที แต่คำถามเหล่านี้จะค่อย ๆ ทำให้ทิศทางชีวิตชัดขึ้น

ตถาตา พื้นที่สำหรับกลับมาเจอตัวเองอีกครั้ง

หัวใจของ ตถาตา คือการสร้างพื้นที่ให้คนได้หยุดจากเสียงรอบตัว แล้วกลับมารับฟังความรู้สึก คุณค่า และความต้องการของตัวเอง

การเข้าใจตัวเองไม่ได้ทำให้ชีวิตไม่มีปัญหา แต่ช่วยให้เรารู้ว่าจะรับมือกับปัญหาอย่างไร ตัดสินใจจากอะไร และดูแลตัวเองแบบไหนเมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามแผน

เราอาจไม่สามารถควบคุมทุกเหตุการณ์ได้ แต่สามารถค่อย ๆ เลือกท่าทีและทิศทางของตัวเองได้

ชีวิตที่มีความหมายไม่ได้เกิดจากการทำทุกอย่างให้ถูกต้อง แต่เกิดจากการใช้ชีวิตโดยรู้ว่า สิ่งที่เรากำลังเลือกนั้นสอดคล้องกับตัวตนและคุณค่าของเราหรือไม่

ตถาตาจึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับแก้ปัญหา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบตัวตน เปลี่ยนแปลงจากภายใน และออกแบบชีวิตที่เป็นของเราอย่างแท้จริง

หมายเหตุ: การโค้ชและการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาตนเองไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรคทางจิตเวช หากมีอาการรุนแรง รู้สึกไม่ปลอดภัย หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง ควรติดต่อจิตแพทย์ นักจิตวิทยาวิชาชีพ โรงพยาบาล หรือบริการฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด

อยากลองสัมผัสการโค้ชด้วยตัวเอง

เริ่มจาก Discovery Session 45 นาที เพื่อพูดคุยและค้นหาแนวทางที่เหมาะกับคุณ

จองคิว Discovery Session